
Rise & Shine
กำแพงกระซิบ
บ้านเก่าหลังนี้ตั้งอยู่บนเนินเขาที่มองเห็นเมือง หน้าต่างที่มืดมิดราวกับดวงตาที่ว่างเปล่า ชาวบ้านต่างกระซิบเล่าเรื่องราวของอดีตเจ้าของบ้าน ศิลปินสันโดษชื่อไซลาส แบล็กวูด ผู้ซึ่งหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยเมื่อหลายปีก่อน พวกเขาเล่าว่าบ้านหลังนี้ถูกสาป และตัวกำแพงเองก็กักขังวิญญาณอันทรมานของเขาเอาไว้
ด้วยแรงดึงดูดจากตำนาน ฉันผู้ใฝ่ฝันอยากเป็นนักสืบเหนือธรรมชาติ จึงตัดสินใจใช้เวลาหนึ่งคืนในอ้อมกอดอันเสื่อมสลายของตำนานนั้น ฉันพร้อมด้วยอุปกรณ์บันทึกเสียงและไฟฉาย ก้าวเข้าไป ละอองฝุ่นลอยฟุ้งในแสงจันทร์ ลอดผ่านกระจกแตกร้าว อากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นของเชื้อราและเชื้อรา
เมื่อความมืดมิดทวีความรุนแรงขึ้น เสียงกระซิบประหลาดก็เริ่มดังก้องไปทั่วบ้าน ตอนแรกแผ่วเบาลง ก่อนจะดังขึ้นเรื่อยๆ ราวกับเสียงกระซิบนั้นดังมาจากตัวกำแพงเอง ฉันพยายามทำความเข้าใจ พลางจับใจความประโยคที่ขาดหายได้ “...ไม่มีวันหนีพ้น...” “...ของฉันตลอดไป...” “...ไซลัส...”
ความกลัวกัดกินจิตใจฉัน แต่ความอยากรู้อยากเห็นของฉันยังคงแข็งแกร่ง ฉันเดินตามเสียงกระซิบเหล่านั้นไปยังห้องใต้หลังคา พื้นที่ซึ่งเต็มไปด้วยใยแมงมุมและโบราณวัตถุที่ถูกลืมเลือน ตรงกลางมีขาตั้งภาพตั้งตระหง่านอยู่ ผืนผ้าใบที่คลุมด้วยผ้าขาดรุ่งริ่ง เมื่อฉันเอื้อมมือไปหยิบ เสียงกระซิบก็ดังขึ้นเรื่อยๆ กลายเป็นเสียงเย็นเยียบอยู่ข้างหลังฉัน
“อย่าแตะงานของฉัน”
ฉันหันกลับไปมอง ลำแสงไฟฉายส่องทะลุความมืดมิด แต่ก็ไม่พบอะไรเลย เสียงนั้นยังคงดังก้องอยู่ในใจ “บ้านหลังนี้เป็นของฉัน เธอไม่มีวันจากไป” ความตื่นตระหนกเข้าครอบงำ ฉันวิ่งหนี เสียงกระซิบไล่ตาม กัดกินสติของฉัน
ฉันไม่เคยหันหลังกลับ ทิ้งบ้านและความลับอันน่าสะพรึงกลัวไว้เบื้องหลัง แต่บางครั้งยามดึก ฉันยังคงได้ยินเสียงกระซิบ เป็นเครื่องเตือนใจถึงความสยองขวัญที่ฉันเผชิญภายในกำแพงกระซิบเหล่านั้น
ไฟล์แนบ (1)
+1
เพิ่มเติม
ข้อความล่าสุดจาก



